เขาทราย แกแล็คซี่

ประวัติ เขาทราย แกแล็คซี่ เจ้าของฉายา “ซ้ายทะลวงไส้”

เป็นเวลากว่า 27 ปีแล้ว นับตั้งแต่ที่ “เขาทราย แกแล็คซี่” อดีตนักชกแชมป์โลกผู้ยิ่งใหญ่ชาวไทย แขวนนวมอำลาพื้นผ้าใบ ทว่าชื่อของเขา กลับไม่เคยจางหายไปตามกาลเวลา และยังคงถูกพูดอยู่บ่อยครั้ง

ราวกับว่า เขาทราย ไม่เคยถูกลบเลือนจากความทรงจำของแฟนหมัดมวยชาวไทย ทั้ง คนที่เกิดทันช่วงปี 2527-2534 ได้ชมการนักชกจากจังหวัดเพชรบูรณ์ ไล่ถลุงคู่ต่อสู้คนแล้วคนเล่า

หรือ คนรุ่นใหม่ ที่อาจเกิดไม่ทันดูการถ่ายทอดสด แต่เชื่อว่าส่วนใหญ่ย่อมต้องเคยได้ยินเรื่องราวความเก่งกาจของ ผู้ชายที่ทำให้ถนนทุกสายในประเทศไทยโล่งได้ เพราะประชาชนต่างรีบกลับบ้าน ไปเกาะติดหน้าจอ รอชม การป้องกัน แชมป์โลกรุ่น ซูเปอร์ฟลายเวท 115 ปอนด์ สมาคมมวยโลก (WBA) หรือที่คนไทยคุ้นเคยในชื่อรุ่น จูเนียร์ แบนตัมเวท (เดิม)

ภาพจำของคนไทยต่อ เขาทราย แกแล็คซี จึงเป็นภาพของ นักชกไทยที่เต็มเปี่ยมไปด้วย ความดุดัน แข็งแรง เดินหน้าอัดหมัดซ้ายอันทรงพลัง ใส่คู่ท้าชิงร่วงลงไปกอง จนสามารถป้องกันเข็มขัดแชมป์มวยโลกได้ถึง 19 ครั้งติดต่อกัน โดยไม่แพ้ใครเลย

เขาทราย แกแล็คซี่ ประวัติ

นายสุระ แสนคำ เป็นบุตรของนายขัน แสนคำ และนางคำ แสนคำ เกิดวันที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2502 ที่หมู่บ้านเฉลียงลับตำบลนาป่า อำเภอเมือง จังหวัดเพชรบูรณ์ จบการศึกษา ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 จากโรงเรียนเฉลียงลับวิทยา ชั้นมัธยมศึกษา จากโรงเรียนประสิทธิวิทยา และระดับอาชีวศึกษา ประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) จากโรงเรียนเทคนิคเพชรบูรณ์

ด.ช.สุระ แสนคำ เริ่มหัดชกมวยไทยครั้งแรกกับ ครูปราการ วรศิริ ขณะมีอายุได้ 14 ปี ด้วยน้ำหนักตัว 40 ปอนด์ ขึ้นชกมวยไทยอาชีพครั้งแรกเมื่อ ปี พ.ศ. 2515 ใช้ชื่อว่า “ดาวเด่น เมืองศรีเทพ” โดยมี ครูมานะ พรหมประสิทธิ์ เป็นเทรนเนอร์ ตระเวนชกในจังหวัดเพชรบูรณ์และจังหวัดใกล้เคียง โดยมีปัญหาในการชกมวยไทยเนื่องจากเสียเปรียบความสูง ทำให้ต้องลดน้ำหนักมากเพื่อชกกับมวยรุ่นเล็กกว่า เป็นสาเหตุให้หลายครั้งหมดแรงไม่สามารถชกมวยไทยได้ดีเท่าที่ควร

ในการชกมวยไทยอาชีพครั้งสุดท้ายกับ กังสดาล ส.ประทีป ต้องคุมน้ำหนักเพื่อชกในพิกัดรุ่น 108 ปอนด์ ทั้งที่ขนาดร่างกายต้องอยู่รุ่น 118 ปอนด์ แต่เพราะตัวเตี้ยเสียเปรียบจึงต้องชกในรุ่นต่ำกว่าเพื่อให้ได้คู่ชกที่ความสูงใกล้เคียงกัน การลดน้ำหนักครั้งนั้นทำให้หมดแรงและแพ้คะแนนขาดลอย นับเป็นการชกที่เจ็บตัวที่สุดในชีวิต แม้จะมีปัญหาเรื่องความสูงและต้องลดน้ำหนักอยู่เสมอ แต่ก็ยังมีสถิติการชกมวยไทยดีพอสมควร เนื่องจากพลังหมัดที่หนักหน่วง จากการชกมวยไทยรวม 54 ครั้ง สามารถชนะ 43 ครั้ง (น็อค 30 ครั้ง) แพ้ 8 ครั้ง และเสมอ 3 ครั้ง

หลังการชกกับ กังสดาล ส.ประทีป นิวัฒน์ เหล่าสุวรรณวัฒน์ (แชแม้) โปรโมเตอร์ชื่อดังที่ชักชวนให้มาชกที่กรุงเทพฯ ในชื่อ “เขาทราย วังชมภู” (ต่อมาเปลี่ยนชื่อหลังตามชื่อค่ายว่า “แกแล็คซี่” ซึ่งเป็นชื่อกิจการของนักธุรกิจชื่อดังคือ นายอมร อภิธนาคุณ) ได้สนับสนุนให้เขาทรายเปลี่ยนมาชกมวยสากลอาชีพ นับเป็นการเริ่มต้นตำนานแชมป์โลกของ เขาทราย แกแล็กซี่

จากความล้มเหลวสู่ความสำเร็จ

ชีวิตการชก มวยไทย ของเขาทราย ไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร จนได้รับการปรามาส จากแฟนมวยว่า “เขาควาย” จึงเบนเข็มมาชกมวยสากล โดยฝึกมวยสากลจาก “ครูเฒ่า-ชนะ ทรัพย์แก้ว” และ “เกา คิม หลิน-ทวิช จาติกวณิช” และเมื่อเป็นแชมป์โลกเปลี่ยนมาเป็น “โกฮง-พงษ์ ถาวรวิวัฒน์บุตร”

เมื่อเปลี่ยนมาชกมวยสากลเขาทรายสามารถชนะน็อค ด้วยหมัดซ้ายติดต่อกัน 5 ครั้ง ชนะคะแนนอีก 1 ครั้ง เขาทรายมีโอกาสได้ขึ้นชิงแชมป์เวทีราชดำเนินรุ่นแบนตั้มเวทกับศักดา ศักดิ์สุรีย์ แชมป์ในขณะนั้น เมื่อ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2524 ก่อนการชก ทุกฝ่ายมั่นใจว่าเขาทรายน่าจะเป็นฝ่ายชนะน็อคได้ไม่ยาก เพราะศักดาน้ำหนักเกินรุ่นแบนตั้มเวทไปมาก ถึงวันชั่งน้ำหนักยังต้องอบตัวและออกวิ่งกว่าจะทำน้ำหนักตามพิกัดได้

เมื่อขึ้นเวทีชกกันจริงๆ ปรากฏว่าเขาทรายเข้าไม่ติด ไม่สามารถใช้หมัดซ้ายชกศักดาได้จังๆเพราะเสียเปรียบช่วงชกมาก ศักดาใช้ช่วงชกที่ได้เปรียบชกทำคะแนนนำไปก่อนแม้จะอ่อนแรงในยกท้ายๆและถูกเขาทรายต่อยจนคิ้วแตกทั้งสองข้าง เมื่อเขาทรายชกศักดาลงไปให้กรรมการนับสิบไม่ได้ ครบสิบยก ศักดาจึงเป็นฝ่ายชนะคะแนนไป

หลังจากชกแพ้ในครั้งนั้น นิวัฒน์ผู้จัดการจัดให้เขาทรายชกกับทสึกูยูกิ โตฟา นักมวยสากลชาวญี่ปุ่นเป็นการแก้หน้าในครั้งต่อมา ซึ่งเขาทรายเป็นฝ่ายชนะน็อคได้ในยกที่ 4 และในการชกครั้งต่อมาเขาทรายชนะน็อก ศักดิ์สมัย ช.ศิริรัตน์ ได้ครองแชมป์ แบนตั้มเวท เวทีมวยราชดำเนิน ที่ว่างอยู่เนื่องจากศักดาสละแชมป์ไป และนับจากชกชนะทสึกูยูกิ เขาทรายไม่เคยแพ้ใครอีกเลยจนได้ชิงแชมป์โลก

หลังได้ครองแชมป์แบนตั้มเวท ราชดำเนิน เขาทรายลดรุ่นลงมาชกในรุ่นจูเนียร์แบนตั้มเวท สามารถชกชนะติดต่อกัน 17 ครั้ง โดยเป็นการชนะน็อคถึง 15 ครั้ง รวมทั้งชนะน็อค วิลลี่ เจนเซ่น รองแชมป์โลกจูเนียร์แบนตั้มเวท ได้ขึ้นชิงแชมเปี้ยนโลก รุ่นจูเนียร์แบนตั้มเวทที่ว่างลง ของสมาคมมวยโลก(WBA) กับ ยูเซปีโอ เอสปีนัล นักชกชาวโดมินิกัน ที่เวทีมวยราชดำเนิน

เขาทรายสามารถชนะน็อคได้ครองตำแหน่งแชมเปี้ยนโลก เมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2527 และยังทำสถิติป้องกันแชมป์ได้ติดต่อกันถึง 19 ครั้ง มากที่สุดของทวีปเอเชีย โดยทำลายสถิติเดิมของ ชาง จุงกู นักมวยสากลชาวเกาหลีใต้ ที่ป้องกันได้ 15 ครั้ง

และเป็นสถิติโลก ในรุ่นซูเปอร์ฟลายเวท (115 ปอนด์) ด้วย เทียบเท่ากับ ยูเซปิโอ เปรโดซ่า อดีตแชมป์โลก รุ่นเฟเธอร์เวท WBA ที่ทำสถิติป้องกันแชมป์เอาไว้ถึง 19 ครั้งเท่ากัน โดยเขาทรายทำสถิติการชกไว้ทั้งหมด 50 ครั้ง ชนะ 49 ครั้ง โดยชนะน็อกถึง 43 ครั้ง แพ้คะแนนเพียง 1 ครั้ง และในการป้องกันแชมป์ 19 ครั้ง เป็นการชนะน็อกถึง 16 ครั้ง มีเพียง 3 ครั้งที่ชนะคะแนน

เขาทราย แกแล็คซี่ นับว่าเป็นนักมวยที่ได้รับความนิยมสูงสุดตลอดกาล ในสมัยที่ยังชกมวยอยู่ ได้รับฉายาจากแฟนมวยว่า “ซ้ายทะลวงไส้” จากหมัดซ้ายที่หนักหน่วง และการชกลำตัวที่ยอดเยี่ยม

ซ้ายทะลวงไส้

เขาทรายกล่าวทิ้งท้ายว่า “จุดที่ผมไปถึงนั้นมันเป็นจุดที่ยากมาก ต้องมีทั้งความขยัน ความมุ่งมั่น พัฒนาตัวเองอย่างไม่เคยหยุด สิ่งสำคัญคือความคิด ต้องกล้าคิด กล้าฝันว่า ‘ฉันจะเป็นแชมป์โลก’ ในโลกนี้เราจะต้องเก่งที่สุด ดีที่สุด พร้อมที่สุด ถ้าเราอยากไปให้ถึงระดับโลก เราก็ต้องคิดและปฏิบัติตัวแบบระดับโลก ถ้าเรามีความตั้งใจ อุตสาหะ ไม่ยอมแพ้เสียก่อน ผมเชื่อว่าคนที่เป็นแบบนี้ ก็สามารถก้าวไปถึงจุดนั้นได้”

การชกป้องกันตำแหน่ง 19 ครั้ง

  • ครั้งที่ 1 : 6 มี.ค. 2528 ชนะน็อกยก 7 ดอง ฮุน ลี (เกาหลีใต้)
  • ครั้งที่ 2 : 17 ก.ค. 2528 ชนะน็อกยก 5 ราฟาเอล โอโรโน่ (เวเนซุเอลา)
  • ครั้งที่ 3 : 23 ธ.ค. 2528 ชนะน็อกยก 2 เอ็ดการ์ มอนเซอร์รัท (ปานามา)
  • ครั้งที่ 4 : 1 พ.ย. 2529 ชนะน็อกยก 5 อิสราเอล คอนเทรรัส (เวเนซุเอลา)
  • ครั้งที่ 5 : 28 ก.พ. 2530 ชนะน็อกยก 14 เอลลี่ ปิกัล (อินโดนีเซีย)
  • ครั้งที่ 6 : 12 ต.ค. 2530 ชนะน็อกยก 3 เบียง กวาง ชุง (เกาหลีใต้)
  • ครั้งที่ 8 : 9 ต.ค. 2531 ชนะน็อกยก 8 ชาง โฮ ชอย (เกาหลีใต้)
  • ครั้งที่ 7 : 26 ม.ค. 2531 ชนะคะแนน 12 ยก ก้องธรณี พยัคฆ์อรุณ (ไทย)
  • ครั้งที่ 9 : 15 ม.ค. 2532 ชนะน็อกยก 2 แต อิล ชาง (เกาหลีใต้)
  • ครั้งที่ 10: 8 เม.ย. 2532ชนะคะแนน 12 ยก เคนจิ มัตสุมูร่า (ญี่ปุ่น)
  • ครั้งที่ 11: 29 ก.ค. 2532 ชนะน็อกยก 10 อัลเบอร์โต้ คัสโตร (โคลอมเบีย)
  • ครั้งที่ 12 : 31 ต.ค. 2532 ชนะน็อกยก 12 เคนจิ มัตสุมูร่า (ญี่ปุ่น)
  • ครั้งที่ 13 : 29 มี.ค. 2533 ชนะน็อกยก 5 อาลี บลังกา (ฟิลิปปินส์)
  • ครั้งที่ 14 : 30 มิ.ย. 2533 ชนะน็อกยก 8 ชุนนิชิ นากาชิม่า (ญี่ปุ่น)
  • ครั้งที่ 15 : 29 ก.ย. 2533 ชนะน็อกยก 6 คิม ยอง กัง (เกาหลีใต้)
  • ครั้งที่ 16: 9 ธ.ค. 2533 ชนะน็อกยก 6 เออร์เนสโต้ ฟอร์ด (ปานามา)
  • ครั้งที่ 17 : 7 เม.ย. 2534 ชนะน็อกยก 5 ปาร์ค แจ ชุค (เกาหลีใต้)
  • ครั้งที่ 18 : 20 ก.ค. 2534 ชนะน็อกยก 5 เดวิด กรีแมน (เวเนซุเอลา)
  • ครั้งที่ 19 : 22 ธ.ค. 2534 ชนะคะแนน 12 ยก อาร์มันโด คัสโตร (เม็กซิโก)

ติดตามบทความอื่นเพิ่มเติมได้ที่ : muay-news

สนับสนุนโดย : slotxo